นิยายเรื่อง : ขยับหัวใจให้ลงล็อค ..ตอนที่2 เมอิ คุณยาย แม่ชี กับประวัติที่แสนยาวของเมอิ

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

นิยายเรื่อง : ขยับหัวใจให้ลงล็อค ..ตอนที่2 เมอิ คุณยาย แม่ชี กับประวัติที่แสนยาวของเมอิ

ตั้งหัวข้อ  kan9201911 on Thu Aug 06, 2009 9:32 pm

“สวัสดีจ๊ะนักเรียนทุกคน มิสเป็นที่ปรึกษาประจำห้องนี้นะจ๊ะ...และวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก มิสจะยังไม่สอนอะไร ชม.แรก ฟรีสไตล์จ๊า..” มิสประจำชั้นเข้ามาทักทายสั้นๆก่อนที่จะออกไปจากห้องเพราะ ชม. แรกของวันจันทร์จะเป็นคาบโฮมรูมคือมิสประจำชั้นจะต้องเข้ามาประชุมกับนักเรียน มาบอกข่าวสารที่นักเรียนควรจะรู้ของทางโรงเรียน แต่ส่วนมากจะใช้เป็นวิชาที่ตัวเองสอนซะส่วนใหญ่(แหะๆๆ...อันเอามาจากชีวิตจิงโฮะๆๆ)

โรงเรียนแห่งนี้มีชื่อว่าโรงเรียนเซ็นเจอรี่ คอนแวนต์ เป็นโรงเรียนของคริสต์ผู้อำนวยการของโรงเรียน เป็นแม่ชีที่มาจากประเทศอังกฤษเมื่อ12ปีที่แล้ว แต่สามารถพูดไทยได้คล่องกว่าคนไทยบางคนซะอีก และอีกอย่างโรงเรียนแห่งนี้ยังเป็นที่นิยมในหมู่คนมีกะตังที่จะพาลูกพาหลานเข้ามาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้เพราะเป็นโรงเรียนกึ่งนานาชาติ ถึงจะค่าเทอมจะไม่แพงเท่านานาชาติ แต่การสอน ไม่แตกต่างกับนานาชาติด้วยซ้ำ ทั้งมาสเตอร์และมิสของจำนวนครูที่สอนทั้งหมดของโรงเรียนแห่งนี้ 75%เป็นชาวต่างชาติทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกคนรวยถึงนิยมพาลูกมาเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้

“นิ นี่!~ ไมโลอย่าลืมที่สัญญานะ” เมอิใช้ศอกสะกิดแขนไมโลเบาๆ

เมอิ เด็กสาวอายุ16 ปี เป็นลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่น มีพ่อเป็นคนญี่ปุ่น และมีแม่เป็นคนไทย แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่กับยาย แถวๆย้านสลัม ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก ฐานะปานกลาง แต่บางครั้งก้อแทบไม่มีอะไรจะกิน เมอิเป็นคนขยันช่วยยายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้พ่อกับแม่ของเมอิแยกทางกันเมื่อตอนที่เมอิอายุได้เพียงแค่ 2ขวบ หลังจากนั้นก้ออาศัยอยู่กับแม่และยาย หลังจากนั้นอีก5ปี แม่ก้อมาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับ ทำให้ฐานะยิ่งแย่ลงไปอีกเพราะรายได้ส่วนใหญ่ที่จะมาใช้ในชีวิตประจำวันจะได้มาจากอาชีพของแม่คือ แอร์โฮสเตจ แต่โชคชะตาก้อไม่ได้กลั่นแกล้ง2ยายหลานนี่ซักเท่าไหร่ มีอยู่วันหนึ่งระหว่างทางขากลับจากไปซื้อของมาทำขนมขายนั้น ก้อไปเจอกลับแม่ชีที่เป็นลมนอนอยู่กลางถนนเข้า แต่โชคดีที่รถผ่านไปผ่านมาน้อยแม่ชีเลยไม่ได้รับอันตรายใดๆ เมอิกับยายก้อรีบเข้าไปช่วยทันที เหมือนความบังเอิญมันยิ่งหนักเข้าไปอีก เมื่อแม่ชีฟื้นขึ้นมากลับจำยายได้แล้วบอกว่ายายเป็นคนที่เก็บกระเป๋าเงินของแม่ชีได้เมื่อ3วันก่อน ในกระเป๋านั้นมีเงินไม่ต่ำกว่า 10ล้านที่แม่ชีกำลังจะเอาไปฝากธนาคาร แต่ยายก้อไม่ได้คิดที่จะเอาเงินนั้นไปใช้แต่อย่างใด ทั้งที่บ้านแทบไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้วแท้ๆ ยายเอาไปแจ้งตำรวจ แล้วรอไม่ถึง20นาทีด้วยซ้ำก้อมีคนมารับกระเป๋าที่ได้แจ้งหายไว้คืน ไม่ทันที่แม่ชีจะตอบแทน หรือว่าให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆยายก้อหายไปซะแล้ว

“คราวนี้ดีเลยที่แม่ชี จะได้ตอบแทนในความมีน้ำใจและ เมตตาของยายซักที แถมยังช่วยแม่ชีไว้ถึง 2ครั้ง2หน แม่ชีไม่รู้ว่าจะตอบแทนพระคุณอย่างไรดี” แม่ชีพูด แม่ชีก้อมองไปเห็นเมอิพอดี แล้วพูดขึ้นว่า

“เอาอย่างนี้นี่มั้ยค่ะ พอดีแม่ชีเปิดโรงเรียนมัธยมที่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่ หลานของคุณยายก้อน่าจะอายุราวๆ12-13ขวบใช่รึป่าว.. แม่ชีจะตอบแทนโดยการให้หลานของยายเข้าไปเรียนโดยไม่เสียค่าเทอมเลยเลยดีมั้ยค่ะ?” แม่ชีเสนอความคิด

“ คือ ดิฉันไม่ได้คิดต้องการสิ่งตอบแทนใดๆเลยนะค่ะ .. ที่ดิฉันทำไปด้วยฐานะที่ดิฉันเป็นมนุษย์โลกคนหนึ่ง ที่เมื่อให้เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเดือดร้อนก้อต้องรีบเข้าไปช่วย สิ่งตอบแทนอะไร ดิฉันไม่ได้หวังไว้หรอกค่ะ” ยายของเมอิพูด

“โถ่ ถ้าโลกของเรามีคนอย่างคุณยายอยู่ซักครึ่งโลก โลกเราคงมีแต่ความสุขนะค่ะ”

“แต่แม่ชี ก้ออยากตอบแทนจิงๆๆค่ะ ให้แม่ชีทำในสิ่งที่แม่ชีอยากจะทำคุณยายคงไม่ว่านะค่ะ อีกอย่างเพื่อนอนาคตของหลานด้วยค่ะ นะค่ะคุณยาย”

“ขอบคุณ แม่ชีจิงๆค่ะ ขอบพระคุณจิงๆ” ยายพูดทั้งน้ำตาแล้วทำท่าจะก้มลงไปกราบ แต่แม่ชีก้อเข้ามารับมือนั้นไว้ก่อน

“คุณยายลุกขึ้นเถอะค่ะ..”

“ว่าแต่ หนูชื่ออะไรจ๊ะ...” แม่ชีหันไปพูดกลับเมอิ

“ชื่อเมอิค่ะ” เมอิในวัย12ขวบตอบ

“จบป.6แล้วใช่มั้ยจ๊ะ” แม่ชีถาม

“ค่ะ จบแล้วค่ะ”

“แล้วหนูได้ไปสมัครเรียนที่ไหนไว้รึป่าวจ๊ะ” แม่ชีถามต่อ

“ป่าวค่ะ ... คุณยายบอกว่าบ้านเราจนไม่มีเงินที่จะส่งหนูเรียนต่อค่ะ” เมอิตอบด้วยสีหน้าที่ใส่ซื่อ

“แล้วหนูไม่อยากเรียนหรอจ๊ะ..”

“อยากสิค่ะ ... แต่ถ้ายายไม่มีเงิน เมอิก้อไม่อยากเรียนค่ะ เมอิ สงสารคุณยายเมอิไม่อยากให้คุณยายต้องมาลำบาก” เมอิตอบ

“แล้วตอนนี้หนูทำอะไรอยู่หรอจ๊ะ”

“ตอนนี้หนูช่วยยายทำขนมไทยอยู่ค่ะ ยายทำอร่อยม๊ากมากเลยนะค่ะ” เมอิเล่า

“จริงหรอ?”

“จริงค่ะ แม่ชีเองก้อมาลองชิมขนมที่ยายทำดูมั้ยละค่ะ”

“จ๊าๆๆ” หลังจากนั้นเมอิกับยายก้อพาแม่ชีไปที่บ้าน หยิบขนมหม้อข้าวหม้อแกงที่เพิ่งนึ่งเสร็จใหม่ๆมาให้แม่ชีกิน แล้วหลังจากที่แม่ชีไปลองกินขนมหม้อข้าวหม้อแกงแล้ว เกิดติดใจในความอร่อยขึ้นมาแล้วสั่งให้ยายทำไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน แล้วสั่งขนมของยายเข้าไปขายที่โรงอาหารของโรงเรียนด้วย...(ขนมของยายขายหมดทุกวัน และเป็นที่นิยมในหมู่นักเรียนมีกะตังด้วย วัยรุ่นสมัยนี้ก้อกินขนมไทยเป็นเหมือนกันนะเนี่ย)


โปรดติดตามตอนที่ 3 ด้วยน่ะคับ ...
avatar
kan9201911
Members
Members

จำนวนข้อความ : 43
Join date : 13/07/2009

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ